Tag Archives: A31s

พายส้มก็มา คอมพิวเตอร์จิ๋ว Orange Pi 2 แรงระดับ Quad-Core 1.6GHz

คอมพิวเตอร์จิ๋วอีกรายครับ อีกทางเลือกนอกจาก Raspberry Pi, Cubieboard, Banana Pi และ ODROID-C1 โดยเจ้านี้นำชื่อผลไม้คือส้มมาตั้งชื่อเป็น Orange Pi 2 ใช้ชิป Allwinner H3 ซึ่งมี CPU คือ ARM Cortex-A7 quad-core สัญญาณนาฬิกาเร็ว 1.6GHz ทำให้ประสิทธิภาพซึ่งวัดด้วยค่า DMIPS น่าจะสูงถึง 1.9x1600x4 = 12160 DMIPS และมี GPU Mali400MP2  เร็ว 600MHz บนบอร์ดมีแรมขนาด 1GB แบบ DDR3 มีช่องต่อ TF card (สูงสุด 64GB) / MMC card slot ไว้เก็บไฟล์และระบบปฏิบัติงาน (ไม่มี SATA นะครับ) มีช่องต่อจอ HDMI ต่อกล้อง CSI พอร์ต USB 2.0 host จำนวน 4 ช่อง และ USB 2.0 OTG หนึ่งช่อง โดยไม่ได้ใช้ USB ในการรับไฟเลี้ยง การต่อไฟเลี้ยงต้องใช้ช่องต่อไฟฟ้ากระแสตรง 5 โวลต์บนบอร์ด มีช่อง GPIO 40-pin เหมือนจะเลียนแบบ Raspberry Pi ในเรื่องการต่อเครือข่าย มีช่อง RJ45 สำหรับ 10/100 Ethernet และมี Wi-Fi (Realtek RTL8189ETV) มาให้บนบอร์ดอยู่แล้ว

ราคาของ Orange Pi 2 คือ 35 ดอลลาร์ไม่รวมค่าขนส่ง และก็ยังมีอีกบอร์ดที่มาคู่กันคือ Orange Pi Mini 2 ซึ่งก็คือ Orange Pi 2 ที่ตัด Wi-Fi ออกไป ราคาลดลงมาหน่อยคือ 30 25 ดอลลาร์ (ราคาล่าสุด) ดอลลาร์ ทางด้าน software ในเรื่องของระบบปฏิบัติงานมีให้เลือกหลากหลาย อาทิเช่น Lubuntu, Raspbian, Debian, Bananian และ Android รวมถึงแจกผังวงจรและสัดส่วนของแผ่นวงจรพิมพ์ เผื่อใครจะเอาไปทำกล่องหรือที่ใส่ให้พอดีตำแหน่งรูเจาะ

อันที่จริงก่อนหน้านี้ก็มีถึงสามบอร์ดจากผู้ผลิตเจ้านี้คือ Orange Pi รุ่นแรก ใช้ชิป Allwinner A20 ข้างในเป็น CPU ARM Cortex-A7 dual-core 1GHz บนบอร์ดมีแรม 1 GB DDR3 มีช่อง VGA, SATA 2.0 และ GPIO 26-pin เหมือน Raspberry Pi Model B รุ่นแรก และมี Gigabit Ethernet บอร์ดที่สองคือ Orange Pi 2 เป็นรุ่นตัดทอนไม่มี VGA แต่มี GPIO 40-pin เหมือน RPi รุ่นใหม่ๆ และบอร์ดที่สาม Orange Pi Plus รุ่นเปิดตัวที่ใช้ชิป Allwinner A31s ข้างในเป็น CPU ARM Cortex-A7 quad-core บนบอร์ดมีมี GPIO 26-pin เหมือน Orange Pi แต่ภายหลังเปลี่ยนไปใช้ชิป Allwinner H3 และใช้ GPIO 40-pin และยังมีหน่วยเก็บข้อมูลแบบ EMMC ขนาด 8GB บนบอร์ดสามารถใช้แทน SD card ได้ และมีโมดูลกล้องที่ราคาเพียง 5.90 ดอลลาร์

ที่มา
http://www.orangepi.org
http://www.cnx-software.com/2015/03/21/orange-pi-2-allwinner-h3-quad-core-development-board-sells-for-35/

Advertisements

มาในทรง Raspberry Pi Model B+ อีกสองราย Banana Pi M2 และ ODROID-C1

เมื่อคอมพิวเตอร์จิ่วอย่าง Raspberry Pi ได้รับความนิยม คอมพิวเตอร์จิ๋วอื่นๆ ก็เริ่มเลียนแบบการทำงานและรูปทรงบ้าง คงเผื่อว่าจะได้ต่อบอร์ดต่อขยายหรือเคสกล่องใส่แบบเดียวกันได้ ล่าสุดมี Raspberry Pi Model B+ ออกมา มีเปลี่ยนรูปทรงจากของเดิม ก็มีคอมพิวเตอร์จิ๋วเจ้าอื่นๆ ทำรูปทรงออกมาให้คล้ายๆ กัน

อย่างเจ้านี้ Banana Pi M2 เหมือนจะเป็นการปรับปรุง Banana Pi Pro ที่เคยออกมาก่อนหน้านี้ โดยขยับไปใช้ชิป Allwinner A31s ซึงมี quad-core ARM Cortex-A7 CPU และ PowerVR SGX544MP2 GPU อยู่ข้างใน แรม DDR3 1GiB และ storage เป็น micro SD card ขนาดบอร์ด 92 × 60 ตารางมิลลิเมตร หนัก 48 กรัม

ในส่วนของช่องต่อ มี Gigabit Ethernet และ Wi-Fi IEEE802.11 b/g/n บนบอร์ด มี USB Host จำนวน 4 พอร์ต แต่ตำแหน่งอาจไม่เหมือนกับ Raspberry Pi Model B+ เสียทีเดียว เพราะแบ่งครึ่งหนึ่งให้หันช่องไปอีกมุม และช่องต่อ USB OTG ใช้รับพลังงานไฟฟ้าไปใช้บนบอร์ดได้ด้วย หรือจะใช้ช่องรับไฟเลี้ยงโดยเฉพาะบนบอร์ดก็ได้ มีช่องต่อตัวรับแสง infrared มีช่อง CSI ไว้ต่อกล้อง ส่วนในเรื่องการแสดงผล มีช่อง HDMI out, AV out และ LVDS/RGB ที่สำคัญมีหัวต่อ GPIO แบบ IDC ขนาด 2×20 ขา ซึ่งมีทั้ง serial port, I2C, SPI, PWM และยังมี CAN bus และ ADC แต่มันไม่มีพอร์ต SATA ซึ่ง Banana Pi Pro มี สำหรับตอนนี้มีข่าวว่าจะแจกบอร์ดตัวอย่างเพื่อเอาไปทดสอบกันฟรีๆ

อีกเจ้าคือ Hardkernel ที่เคยทำคอมพิวเตอร์จิ๋วใช้ชิปเหมือน Raspberry Pi แต่ไม่ได้ไปต่อเพราะผู้ผลิตชิปไม่ส่งของให้ คราวนี้ผลิตคอมพิวเตอร์จิ๋ว ODROID-C1 ขนาด 85 x 56 ตารางมิลลิเมตร หนัก 40 กรัม ใช้ชิป Amlogic S805 ข้างในเป็น Amlogic S805 quad-core ARM Cortex-A5 CPU ความเร็ว 1.5 GHz และ dual-core Mali-450MP GPU ความเร็ว 600 MHz ใช้งาน OpenGL ES 2.0 ได้ มีแรม DDR3 ขนาด 1 GiB มีช่องต่อ storage ทั้งแบบ eMMC และ micro SD card มี RTC บนบอร์ดรวมถึงช่องต่อแบตเตอรีของมันด้วย มีตัวรับแสง infrared จากรีโมตคอนโทรล ราคา 35 ดอลลาร์เหมือน Raspberry Pi

ช่องต่ออื่นๆ ซึ่งมักคล้ายๆ กับของ Raspberry Pi ก็เช่น ตำแหน่งช่องต่อ USB Host 2.0 จำนวน 4 ช่องและ Gigabit Ethernet รวมถึงรูเจาะบนบอร์ดดูจากภาพตำแหน่งก็คล้ายๆ ของ Raspberry Pi Model B+ น่าจะใช้เคสแบบเดียวกันได้ และมีหัวต่อแบบ Micro USB Device/OTG แต่ไม่สามารถรับพลังงานไฟฟ้าได้ ต้องป้อนไฟฟ้า 5 โวลต์ไปยังช่องที่แยกออกมา ส่วนในเรื่องของจอภาพใช้ช่องต่อ Micro HDMI แต่ไม่เห็นว่ามีช่องต่อ composite video หรือแจ็คหูฟังนะ ที่สำคัญมีหัวต่อ IDC ขนาด 2×20 เช่นเดียวกับ Raspberry Pi Model B+ แถมตำแหน่งขาของ serial port, I2C และ SPI ก็ตำแหน่งเหมือนกับของ Pi ด้วย รวมถึงขา 27 และ 28 ที่เป็น I2C แต่ถ้าเป็น Pi จะใช้กับ I2C EEPROM ที่อยู่บนบอร์ดต่อขยาย HAT เท่านั้น แต่จะมียกเว้นก็ที่ขาหมายเลข 37, 38 และ 40 ที่ไม่เหมือนกับ Pi เพราะใช้เป็น analog input กับไฟ 1.8 โวลต์ และไม่เห็นว่ามีพอร์ต I2S สำหรับเครื่องเสียง ไม่มีช่อง DSI กับ CSI เหมือนที่ Pi มี นอกจากนี้ยังมี serial console port แยกออกมา

ชมคลิปการทำงาน และรายละเอียด