Tag Archives: ARM

บอร์ดชมพู่ Roseapple Pi แรม 2 GB มี USB 3.0

มากันเรื่อยๆ ครับ สำหรับบอร์ดคอมพิวเตอร์จิ๋วตัวนี้ Roseapple Pi บอร์ดชมพู่ ใช้ SoC เป็นชิป S500 ซึ่งบรรจุ CPU ARM Cortex-A9 (28nm) quad-core และ GPU PowerVR SGX544 เหมือนของที่บอร์ด Lemon Pi ใช้ และจะว่าไป ตัวบอร์ดเอง ก็วางอุปกรณ์พิมพ์กันกับ Lemon Pi อาจเป็นเพราะ Lemon Pi นั้น open source การสร้างบอร์ดไว้ อาจจะต่างกันที่ Roseapple Pi มี RAM แบบ DDR3 มาให้ถึง 2GB
สำหรับรายละเอียดอื่นๆ ก็มี

  • ที่เก็บไฟล์ขนาด 4MB SPI NOR flash มาให้ในตัว (เข้าใจว่าพิมพ์ไม่ผิด 4MB จริงๆ) หรือจะต่อ Micro SD card หรือ eMMC ได้ถึง 64GB
  • การแสดงผล HDMI1.4 with HDCP และ MIPI DSI สำหรับเรื่องของเสียงก็มีชิป ATC2603C และแจ็ค 3.5 มม. การรับภาพ มีช่องต่อกล้อง MIPI CSI2
  • ช่องต่อ USB 2.0 และ USB 3.0 กับ 10/100M Ethernet
  • และตัวต่อ 40-pin แบบที่ใช้ได้กับ Raspberry Pi HAT ด้วย และมีช่องต่อ 4-pin UART เอาไว้ debug และยังมีช่องต่อไมโครโฟน และอินฟราเรด

ในส่วนของ software นั้น ระบบปฏิบัติการมี Debian 8.1 Jessie Debian และ Android 5.1.1 Lollipop ราคาและวิธีสั่งซื้อยังไม่มีแถลง

ผ่านทาง http://www.cnx-software.com/2015/10/06/lemon-pi-board-becomes-roseapple-pi-gets-an-upgrade-to-2gb-ram/

เปิดตัว UDOO Neo บอร์ดคอมพิวเตอร์จิ๋ว มี ARM Cortex-A9 และ Cortex-M4 ในตัว ขอระดมทุนที่ Kickstarter

คอมพิวเตอร์จิ๋ว UDOO ที่เคยระดมทุนสำเร็จเมื่อราวสองปีที่แล้ว คราวนี้มาขอระดมทุนทำ UDOO Neo ที่พลังประมวลผลอาจดูลดลงไปจากรุ่นแรกอยู่บ้าง แต่ก็ลดราคาจำหน่ายลงไปได้ โดยยังใช้หน่วยประมวลลผลจาก Freescale แต่เปลี่ยนไปใช้ชิป i.MX 6SoloX ซึ่งบรรจุซีพียู ARM Cortex-A9 เร็ว 1GHz (คอร์เดียว) ใช้เป็นคอมพิวเตอร์จิ๋ว และ ARM Cortex-M4 เร็ว 166MHz เป็นไมโครคอนโทรลเลอร์ เรียกได้ว่า two-in-one กันเลย เมื่อเทียบกับ UDOO รุ่นแรก ที่ชิปคอมพิวเตอร์กับไมโครคอนโทรลเลอร์แยกกัน

มีสองรุ่นที่ออกมา คือ UDOO Neo การเชื่อมต่อมี Ethernet และ Wi-Fi 802.11 b/g/n รวมถึง BT 4.0 (Classic Bluetooth และ Bluetooth Low Energy) มี motion sensor 9 แกน คือตัววัดแรงเฉื่อย ไจโรสโคป และเข็มทิศ (IMU) ในส่วนของการแสดงผลมีช่องต่อจอ HDMI และ LVDS สำหรับต่อจอแบบสัมผัส โดยราคาระดมทุนสำหรับผู้ที่มาก่อนที่ 45 ดอลลาร์ ส่วนอีกรุ่นคือ UDOO Neo Basic รุ่นตัดทอน มีแรมเพียง 512 MiB ไม่มี Ethernet และ motion sensor โดยราคาระดมทุนสำหรับผู้ที่มาก่อนคือ 35 ดอลลาร์

สำหรับช่องต่ออื่นๆ ที่น่าสนใจที่ทั้งสองรุ่นมีเหมือนกัน ก็มีช่อง CSI ใช้ต่อกับกล้อง มีช่องต่อ MicroSD card (ต่อ SDIO ได้) มี I2S และ SPDIF เพื่อเล่นเสียงดีๆ มี analog input จำนวน 6 ช่อง มี USB 2.0 และ OTG อย่างละหนึ่ง การต่อที่มักพบในระบบไมโครคอนโทรลเลอร์ มี 3x UART, 2x CAN Bus, 8x PWM, 1x I2C และ 1x SPI เดาว่าที่ PWM มีมากถึงแปดและ UART ที่มีถึงสาม คงเป็นเพราะตัวไมโครคอนโทรลเลอร์ Cortex-M4 ที่ติดมา

ในส่วนของ software จะมีระบบปฏิบัติการทั้ง Linux ที่เป็น kernel 3.10 มาในโฉมของ UDOObuntu ซึ่งก็คือ Ubuntu ที่ใช้กับเครื่อง UDOO และ Android Kitkat 4.4.3 แบบ Vanilla Android ไม่มีการปรับแต่งเสริมเพิ่มเติม

ที่มา http://www.udoo.org/udoo-neo-is-on-kickstarter-get-the-35-or-45-early-bird-now/

ปล. UDOO รุ่นแรกก็สอยมาแล้ว คราวนี้ เอาอีกดีไหม ตอนนี้ระดมทุนสำเร็จไปแล้วในเวลาไม่น่าจะถึงวัน

ARM เปิดตัวหน่วยประมวลผล Cortex-M7 ในยุคของ Wearable และ Internet of Things

ARM เปิดตัวหน่วยประมวลผล ARM Cortex-M7 ตัวใหม่ในตระกูล M หรือไมโครคอนโทรลเลอร์ 32-bit ของ ARM มาแบบจัดเต็ม ความถี่สัญญาณนาฬิกาสูงถึง 400MHz (เริ่มใกล้เคียงกับพวกหน่วยประมวลผลที่ใช้ใน router ซะแล้ว) ค่า DMIPS/MHz ต่ำสุดอยู่ที่ 2.14 มี pipeline จำนวน 6 ขั้น (อย่าง Cortex-M0+ รุ่นประหยัดไฟ มี DMIPS/MHz  ที่ 0.94 และ pipeline จำนวน 2 ขั้น โดย pipeline) มี FPU ใช้ช่วยประมวลตัวเลขทศนิยม ซึ่งก้ต้องมีชุดคำสั่งใหม่ๆ เพื่อใช้งานมันได้ และมี DSP ที่รองรับชุดคำสั่ง SIMD ซึ่งใช้คำนวณค่าใน register หลายๆ ตัวในคราวเดียว (ชิปบน Raspberry Pi ยังไม่มีชุดคำสั่งแบบ SIMD เลยครับ)

ไมโครคอนโทรลเลอร์ ต่างจากไมโครโปรเซสเซอร์อยู่หลายส่วน ตัวอย่างเช่นมักจะไม่มีส่วนที่ควบคุมหน่วยความจำ (MMU) จึงต้องใช้ระบบปฏิบัติงาน (OS) ที่ใช้งานกับหน่วยประมวลที่ไม่มี MMU ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นแบบ RTOS ที่มักถูกเขียนขึ้นมาให้ใช้กับไมโครคอนโทรลเลอร์อยู่แล้ว หรือไม่ก็ bare-metal ไปเลย อีกจุดหนึ่งคือประหยัดพลังงานไฟฟ้ามากกว่า ขอเดาว่าที่ ARM ออกหน่วยประมวลผลตัวนี้ออกมาเพื่อต้องการหน่วยประมวลผลที่ประหยัดไฟเพื่อใช้กับ wearable หรือ Internet of Things แต่ต้องการพลังการประมวลผลเพิ่มขึ้นกว่าไมโครคอนโทรลเลอร์ เช่น การวิเคราะห์รูปแบบของคลื่น เช่นใช้ FFT กับชีพจร หรือ OpenMV ที่เอาชิป STM32F4xx ARM Cortex-M4 มาวิเคราะห์ใบหน้า งานนี้น่าจะมามองๆ Cortex-M7 บ้างนะครับ

และแน่นอนว่าเมื่อมีชุดคำสั่งใหม่ๆ ก็ต้องปรับปรุง compiler ด้วย ก็มีความเคลื่อนไหวแล้วบ้างครับ ตอนนี้ก็คงรอดูต่อไปว่าจะมีผู้ผลิตชิปรายไหนบ้าง ซื้อทรัพย์สินทางปัญญาตัวนี้จาก ARM ไปผลิตชิป (ARM ขายทรัพย์สินทางปัญญาในการสร้างชิป แต่ไม่ได้ผลิตชิปออกมาขายเอง) และมีบอร์ดทดลองอะไรบ้างที่ใช้ชิปตัวนี้ออกมาอีก ที่มา http://arm.com/products/processors/cortex-m/cortex-m7-processor.php | http://www.anandtech.com/show/8542/cortexm7-launches-embedded-iot-and-wearables updated: ล่าสุด STMicroelectronics รับไปเลี้ยงแล้วครับ โดยจะผลิตออกมาเป็น STM32 F7

Humingboard และ Banana Pi คอมพิวเตอร์จิ๋วเลียนแบบหัวต่อ P1 ของ Raspberry Pi

รูปทรงของคอมพิวเตอร์จิ๋ว Raspberry Pi กลายเป็น platform ให้คอมพิวเตอร์จิ๋วรายอื่นเอาไปเป็นแบบอย่างครับ คงทำให้ใช้เคสแบบเดียวกันได้ หรือต่อกับบอร์ดต่อขยายแบบที่ใช้กับหัวต่อ P1 (2×13 ขา) ของ Raspberry Pi โดยมีสองเจ้าคือ Humingboard และ Banana Pi

โดย Humingboard จาก Solid Run เป็นบอร์ดที่ต่อกับโมดูล MicroSOM ที่ประกอบด้วยหน่วยประมวลผลและแรม อาจดูคล้ายๆ เมนบอร์ดที่ต้องต่อ CPU และ RAM หรือ Raspberry Pi Compute Module โดย MicroSOM นอกจากจะใช้กับ Humingboard ได้แล้ว ยังใช้กับ CuBox-i ของ Solid Run (CuBox-i มีมาก่อน Humingboard) โดย MicroSOM ใช้หน่วยประมวลผล i.MX6 (ARM Cortex-A9 คล้ายๆ ของ UDOO) มีให้เลือกสามแบบ คือ HummingBoard-i1 ใช้ชิป i.MX6 Solo แรม 512MB, HummingBoard-i2 ใช้ชิป i.MX6 Dual Lite มีสองคอร์ แรม 1GB และ HummingBoard-i2eX ใช้ชิป i.MX6 Dual มีสองคอร์ มี GPU GC2000 แทนที่จะเป็น GC880 และใช้ Gigabit Ethernet แทน 100MB เหมือนกับสอง MicroSOM ที่แล้ว โดยมาพร้อมกับช่องต่อจอ LVDS, นาฬิกา real-time clock, ตัวรับ infrared remote control, PCI-Express และ mSATA

ทั้งสามรุ่นมีช่องต่อกล้อง CSI สองช่อง ต่อจอ HDMI มี UART, GPIO, SPI และ I2C อันที่จริง MicroSOM ก็ยังมีแบบสี่คอร์ด้วย แต่ไม่มีการนำไปใช้กับ Humingboard อาจเป็นเพราะร้อนจัดจนต้องมี heatsink (แต่ก็อาจมีรุ่นที่ใช้ตัวนี้ออกมาภายหลังก็ได้นะครับ)

ในส่วนของ sofware ถ้าเป็นระบบปฏิบัติการนั้นบูตผ่าน SD card และก็มีแจก Linux หลายเจ้า ซึ่งคงต้อง format SD card ให้มี uboot ก่อนที่จะเขียน file system แนะนำถ้าใครจะใช้งาน ควรใช้ Linux เพื่อติตตั้ง uboot และไฟล์ที่อยู่ในฟอร์แมต ext4 ไปยัง SD card ด้วยคำสั่ง dd, mkfs และคำสั่งอื่นๆ ได้อย่างไม่ติดขัดปัญหาการข้าม platform ครับ แต่เท่าที่อ่านดูใน webboard ดูเหมือนว่าของของ Solid Run จะเน้นการใช้งานกับ XBMC พอสมควร

อีกบอร์ดคือ Banana Pi ใช้หน่วยประมวลผล Allwinner A20 ซึ่งมี ARM Cortex-A7 (คล้ายๆ ของ Olimex) dual-core CPU และ  Mali400MP2 GPU มีแรม 1GB, Gigabit Ethernet, ตัวรับ infrared remote control และ SATA มีช่องต่อ CSI และ DSI ตำแหน่งเลียนแบบ Raspberry Pi แต่ยาวกว่า และตำแหน่งของหัวต่อ RCA composite video อาจต่างจาก Raspberry Pi ไปเล็กน้อย

การบูตก็บูตจาก SD card ชมคลิปรีวิวจาก Kano ครับ มีบูตให้ดูด้วย น่าจะใช้ทำอะไรได้หลายอย่าง

 

มาแล้ว Arduino Zero บอร์ดใช้ชิป Cortex-M0+ และ Arduino TRE Developer Edition

บอร์ด Arduino ตัวใหม่ตัวนี้ชื่อว่า Arduino Zero ครับ ใช้ไอซีไมโครคอนโทรลเลอร์ ATSAMD21G18 ของ Atmel ซึ่งเป็นแบบ 32-bit ใช้แกนประมวลผลจาก ARM Cortex-M0+ ซึ่งเป็นรุ่นประหยัดไฟได้สูงมาก เดาว่าที่ใช้ชื่อ Zero ซึ่งแปลว่าศูนย์ น่าจะได้มาจากการที่แกนประมวลผลรุ่น Cortex-M0+ ที่ใช้อยู่นี้มีจุดเด่นในเรื่องการใช้กำลังไฟฟ้าน้อยมากๆ ทำงานที่ความเร็ว 48 MHz มีหน่วยความจำ SRAM 32 KB  และ flash 256 KB ตัวถัง LQFP 48 ขา

มีช่องต่อให้เสียบ Arduino Shield เหมือน Arduino ทั่วๆ ไป แต่เข้าใจว่าใช้แรงดันไฟฟ้า 3.3 โวลต์ซึ่งเป็นขนาดแรงดันไฟฟ้าของไฟเลี้ยงของไมโครคอนโทรลเลอร์ ถ้าเอา Shield ที่ทำงานที่ 5 โวลต์มาใส่อาจเกิดอันตรายหรือบอร์ดพังได้ นอกจากนี้ไอซี ATSAMD21G18 มีจำนวน I/O มากกว่าขาที่ใช้ต่อในรูปแบบ Arduino Shield อันที่จริงมีแม้แต่ USB embedded Host มาให้ด้วย ซึ่งก็น่าเสียดายเหมือนกันถ้าบอร์ดไม่ได้ต่อขาออกมาใช้ให้คุ้ม หรืออย่างก่อนหน้านี้ Arduino Due ก็มีช่องต่อที่ Shield หลายขาและก็มี USB host เหมือนกัน แต่ผมว่าบอร์ดนี้น่าจะเน้นเอาไปใช้ในงานที่ต้องการประหยัดไฟฟ้าหรือมีไฟฟ้าให้ใช้จำกัด

ยังไม่ระบุราคาและวิธีพัฒนาโปรแกรม ซึ่งเมื่อเป็นแบบ Cortex-M0+ แล้วคงใช้ IDE ตัวเก่าที่ใช้กับบอร์ด Arduino ซึ่งใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์ AVR ไม่ได้เพราะคนละแบบกัน นอกจากนี้บนบอร์ดยังมีไอซี Atmel A06 0736 (ในคอมเมนต์หนึ่งจากเว็บที่มา บอกว่าน่าจะเป้นไอซี AT32UC3A4256 แบบเดียวกับบอร์ด ATSAMD21 XPlained ของ Atmel) ไว้ทำ Embedded Debugger (EDBG) ของ Atmel เองบนบอร์ดได้เลยผ่านทางช่อง USB ในการทดสอบและแก้ไขข้อบกพร่องของโปรแกรม ไม่ต้องหาอุปกรณ์อื่นๆ มาต่อเพิ่ม (แต่บนบอร์ดก็มีหัวต่อที่พิมพ์ข้อความว่า JTAG) แบบนี้น่าจะมาชนกับ PICkit In-Circuit Debugger ที่เป็นอุปกรณ์ของ PIC แต่ก็อาจไปฟาดกับ OpenOCD ก็เป็นได้

อีกข่าวคราว Arduino TRE ที่เคยเขียนถึง ก็ออกจำหน่ายสำหรับ developer จำนวนจำกัดแล้วครับ การเขียนโปรแกรมต้องผ่าน IDE ที่เป็นหน้าเว็บของมัน แต่งานนี้ก็คงต้องเจอกับ UDOO ซึ่งมีหน่วยประมวลผลแบบ Cortex-A9 (มีหลาย core) และ Cortex-M3 ที่น่าจะได้พลังประมวลผลมากกว่า

ที่มา @Arduino

ปล. รายละเอียดเพิ่มเติมคงจะมาจากงาน Maker Faire Bay Area next weekend ในบูธของ Arduino, ARM และ Atmel ครับ

updated: ล่าสุด มีคลิปสัมภาษณ์ Massimo Banzi CEO ของ Arduino ในงาน Maker Faire

ดูเหมือนว่า Arduino Zero สร้างมาเพื่อเน้นเอาไปใช้ในงาน Internet of Things ซึ่งน่าจะต้องไม่กินไฟมาก แต่คงต้องมีการเชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ตด้วย เช่นผ่าน Ethernet หรือ Wi-Fi ก็น่าจะใช้ต่อผ่าน USB host ที่มันมีอยู่ก็ดีนะครับ แทนที่จะต้องต่อผ่าน SPI อันที่จริง Arduino YUN ก็มี Wi-Fi แต่ดูเหมือนจะเน้นไปที่การเขียนโปรแกรมผ่าน cloud มากกว่า Internet of Things

ทดลอง Ubuntu บน MK802

มีคอมพิวเตอร์จิ๋ว AK802 ซึ่งก็คือ MK802 แบบที่แรม 1GiB (บางทีจะชื่อว่า MK802 II) จะทดลองติดตั้ง Ubuntu ซึ่งต้องใช้แบบที่รองรับการทำงานบนชิปของ ARM เพื่อใช้งาน ไปอ่านเจอจาก https://www.miniand.com/forums/forums/2/topics/1 มีให้ดาวน์โหลด http://dl.miniand.com/allwinnera10/ubuntu/ubuntu-desktop-12.04-1-miniand.com.img.7z ก็ใช้ 7-zip แตกไฟล์ออกมาแล้ว dd ลง micro SD card ที่ซื้อมาใหม่ ซึ่งของผมได้ชื่อว่า /dev/sdb (คำสั่งข้างล่าง จะทำลายข้อมูลเก่าใน micro SD card ด้วยนะครับ ระวัง)

sudo dd if=ubuntu-desktop-12.04-1-miniand.com.img of=/dev/sdb
sudo sync

ถ้าใครจะลองระวัง device file /dev/.. ได้คนละชื่อกับผม หรือกรอกผิดชื่อด้วยนะครับ ผม dd ทีเดียวเลย ไม่ต้องมาสร้าง partition แบบแบ่งเองแล้วทยอย dd U-boot และ rootfs จากนั้นก็เสียบ micro SD card เข้ากับ AK802 แล้วก็เปิด แล้วก็รอนานมากครับ กว่าจะมาหน้า login

020130906_234334-first-login-ubuntu-for-mk802

ผมต่อกับ USB hub กับ keyboard และ mouse แล้วใช้งานไม่ได้ เลยใช้ USB host ต่อกับ keyboard และ USB OTG ต่อกับ mouse สำหรับ micro SD card ต้องเสียบให้สุดเลยนะครับ ถ้าจะเอาออกอาจต้องเล็บยาวเล็กน้อยเพื่อกด micro SD card เด้งออกมา
020130906_234621-mk802-ubuntu-hardware-connection

หลังจาก login ด้วย password miniand หน้าตาก็คล้ายๆ ของ Ubuntu x86 แต่รอนานเอาเรื่องเลยครับ

020130906_235214-mk802-ubuntu-desktop

ใส่ password Wi-Fi เดี๋ยวจะ sudo apt-get update กันหน่อย

20130906_235430-login-wi-fi

ดู free มันก็ใช้หน่วยความจำไปเยอะเลยครับ ดู Bogomips ได้ 1001.88 เป็นรุ่น ARMv7 มี floating-point รุ่น VFPV3 และมี  NEON ซึ่งเป็นชุดคำสั่ง SIMD (คล้ายๆ SSE ของ x86)
020130906_235724-mk802-free-and-cat-proc-cpuinfo

ทดลอง ping ก็ทำได้ จากนั้นก็ sudo apt-get update มันกลับไปใช้ repo ที่เป็น ARMEL (little-endian soft float)
020130907_001504-apt-get-update-finished

สรุปคือช้าครับ เดี๋ยวต้องหา Ubuntu หรือ OS อื่นๆ แบบที่เบากว่านี้และเป็น hard float ได้ก็จะดี

ได้รับ LPC800 Mini-Kits เป็นไมโครคอนโทรลเลอร์ ARM Cortex-M0+ แบบแจกฟรีแล้วครับ

เคยพูดถึงชิปไมโครคอนโทรลเลอร์ LPC800 จาก NXP ที่ใช้สถาปัตยกรรม ARM Cortex-M0+ คราวนี้ได้บอร์ด LPC800 Mini-Kits จากการแจกฟรีโดย element14 แล้วครับ ขอบคุณมากๆ ครับ
https://twitter.com/ohmohm/status/362584655611961345

updated: ไปเจออีกท่านที่ได้มาเช่นกันครับ

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=482269538515353