Tag Archives: H3

ทดลองจับจริง NanoPi NEO

เคยเขียนถึง NanoPi NEO มาพักหนึ่ง แล้วไปเห็นเว็บไทยขายในราคาที่น่ายวนใจ (ถ้าซื้อจากเว็บเมืองนอก รู้สึกต้องซื้อเหมาห้าอัน) เลยจัดไปห้าร้อยกว่าบาท

สำหรับในส่วนของระบบปฏิบัติการ ผมใช้ SD card image จาก http://download1653.mediafire.com/31p43wpt5iqg/7p8mtw58t5cjkoe/nanopi-neo-linux-rootfs-core-qte-sd4g-20160804.img.zip เป็น Ubuntu Linux เอามาลง SD card ระดับ class 10 ความจุต่ำสุดที่ขายๆ กันก็ 16GB ราคาก็ราวครึ่งๆ ของตัวคอมพิวเตอร์จิ๋วเลย

เนื่องจากผมใช้ Ubuntu Linux บน PC ทำการดาวน์โหลดไฟล์ที่กล่าวมาแล้วแตกไฟล์ในซิป แล้วใช้คำสัง dd จาก image file ไปยัง SD card แล้วใช้ gparted ขยายขนาดให้ใช้ SD card ได้เต็มขนาด

การต่อก็ใช้ USB to Serial (ชิป CP210x) เพื่อเข้าใช้งาน shell ของเครื่อง ต่อสามสาย คือ ground, tx และ rx ตามรูป
IMG_20161205_165830
IMG_20161205_165815

IMG_20161205_165746

จากนั้นก็จะมาถึงจอ login ก็ใช้

loginname: root
password: fa

ก็สามารถใช้งานผ่าน USB to Serial ได้ แต่ก็พบว่ามันช้าๆ หน่วงๆ เลยเข้าผ่าน SSH IP address แทน
IMG_20161205_170120

จากนั้น ก็ปรับปรุงตัวระบบปฏิบัติการกันหน่อย ช่วงนี้ภัยคุกคามอาจจะเยอะ ไม่ต้องนำหน้าด้วย sudo เพราะเป็น root อยู่แล้ว

apt-get update 
apt-get upgrade

ทดลองอะไรที่จะคุ้มค่าเงินกันหน่อย เช่น ขุด bitcoin

apt-get install git
git clone https://github.com/pooler/cpuminer
sudo apt-get install libcurl4-openssl-dev libncurses5-dev pkg-config automake yasm
./autogen.sh
./configure CFLAGS="-O3"
make
make install

จากนั้นเพื่อการทดลอง สั่ง

minerd --benchmark

เครื่องก็ค้างไปเลยครับ (ฮา)
สรุป ถือได้ว่าออกจากโหลดองแล้ว

Advertisements

คอมพิวเตอร์จิ๋ว NanoPi NEO เล็กจริงๆ ขนาดแค่ 40มม. x 35.4มม.

FriendlyARM ซึ่งผู้ผลิตบอร์ดคอมพิวเตอร์จิ๋วในชื่อรุ่น NanoPi ก็ได้เผย NanoPi NEO ขนาดบอร์ดเพียง 40 มิลลิเมตร x 35.4 มิลลิเมตร เล็กกว่า Raspberry Pi Zero ขนาด 65 มิลลิเมตร x 30 มิลลิเมตร เสียอีก

ตัวบอร์ดใช้หน่วยประมวลผล Allwinner H3 มีแรม 256MB หรือ 512MB มีช่องต่อ micro SD สำหรับการเก็บข้อมูลและโปรแกรม การเชื่อมต่อก็มี Ethernet 10/100 (ช่องต่อ Ethernet น่าจะเป็นอุปกรณ์ที่มีความสูงที่สุดบนบอร์ดนี้แล้ว), USB host, micro USB, UART debug และพอร์ต GPIO อยู่สองฝั่ง ฝั่งหนึ่งมี 24 รู (12×2 แถว) อีกฝั่งมี 12 รู ดูจากรูป ไม่ได้บัดกรีขา IDC มาให้ น่าเสียดายว่าต่อกล้องไม่ได้เหมือนที่ Raspberry Pi Zero รุ่นปรับปรุงแล้วทำได้

มี Wiki ที่ตอนนี้ยังมีแต่ภาษาจีน และยังไม่เห็นราคา แต่ถ้าจะสู้กับคู่แข่ง ก็น่าราคาพอฟัดพอเหวี่ยง (เช่นเดียวกับตัวก่อนหน้านี้ NanoPi M3 ประชันแบบ 64-bit กับ RPi3 ในราคา 35 ดอลลาร์เหมือนกัน) หรือเทียบกับบอร์ด NanoPi M1 ของตัวเองที่ออกมาแล้ว ใช้ Allwinner H3 เช่นกัน ราคา 11 ดอลลาร์ (Raspberry Pi Zero ราคา 5 ดอลลาร์แต่หน่วยประมวลผลพลังน้อยกว่า) และจะว่าไปบอร์ดจาก Orange Pi ซึ่งมักใช้ Allwinner H3 เช่นกัน รุ่นที่สูสีก็มี Orange Pi One ราคา 9.99 ดอลลาร์ ราคาที่กล่าวมาแล้วนั้น ยังไม่พูดถึงค่าจัดส่งนะครับ

updated: ราคา 7.99 ดอลลาร์ สำหรับแบบมีแรม 256MB และ 9.99 ดอลลาร์ สำหรับ 512MB ไม่รวมค่าขนส่ง ซึ่งค่าส่งมาไทย 4 ดอลลาร์ (Orange Pi PC ค่าส่งมาไทย 3.43 ดอลลาร์)

ผ่านทาง http://www.cnx-software.com/2016/07/07/smaller-than-raspberry-pi-zero-meet-nanopi-neo-arm-linux-development-board/

updated: สอยมาแล้ว

เพิ่มโน้นเพิ่มนี้ไปเรื่อย Orange Pi PC Plus มี eMMC และ Wi-Fi มาให้ในตัว

สั้นๆ ครับ เจ้านี้ท่าทางจะชอบซอยย่อยด้วยการเพิ่มโน้นเพิ่มนี้ คราวนี้บอร์ดใหม่ Orange Pi PC Plus ก็เหมือน Orange Pi PC และมีเพิ่มหน่วยเก็บข้อมูล eMMC ขนาด 8GB และมี Wi-Fi มาให้ในตัว ท่าทางจะแถมสายอากาศมาให้ด้วย

ราคา 19.99 ดอลลาร์ (เพิ่มมาอีก 4.99 ดอลลาร์) ค่าส่งมาไทย 3.43 ดอลลาร์เท่าเดิม ดูๆ แล้ว ราคาที่เพิ่มมา กับของที่ได้ไป น่าจะคุ้ม

ผ่านทาง http://www.cnx-software.com/2016/06/09/orange-pi-pc-plus-quad-core-development-board-with-1gb-ram-8gb-emmc-flash-sells-for-20/

เปิดตัวบอร์ดคอมพิวเตอร์จิ๋ว Orange Pi Lite มี Wi-Fi ไม่มีสายอากาศบนบอร์ด ราคา 12 ดอลลาร์

เมื่อต้นปีนี้เคยมีข่าวว่าบอร์ด Orange Pi Lite กำลังจะมา (และ Orange Pi One ซึ่งก็ออกมาแล้ว) ในตอนนี้ก็มาแล้วครับ ใช้ชิปประมวลผล Allwinner H3 เหมือนเดิม ให้แรมมา 512MB มีช่องต่อ microSD card ใช้งานได้สูงสุด 64GB โดยมีระบบปฏิบัติการให้เลือกทั้ง Linux และ Android

ขนาดบอร์ด 69มม. × 48มม., มีช่อง USB 2.0 จำนวนสองช่อง, มีหัวต่อ HAT 40-pin, มีช่องต่อกล้อง CSI

ไม่มี Ethernet แต่มี Wi-Fi ใช้ชิปของ Realtek โดยไม่มีสายอากาศ (antenna) มาให้บนบอร์ด (บอร์ดอื่นๆ ที่มี Wi-Fi มักมีสายอากาศมาให้บนบอร์ด โดยอาจเป็นแบบลายทองแดงหรือแบบเซรามิค) แต่มีหัวต่อแบบ u.FL ให้เอาไปต่อสายอากาศกันเอาเอง

ราคา 12 ดอลลาร์ ไม่รวมค่าส่งมาไทย 3.39 ดอลลาร์ (จากรูป ไม่แน่ใจว่าจะแถมสายอากาศมาด้วยหรือเปล่า)

ผ่านทาง http://www.cnx-software.com/2016/05/09/orange-pi-lite-development-board-with-wifi-is-now-available-for-12/

คอมพิวเตอร์จิ๋ว Banana PI BPI-M2+ ใช้ชิป Alliwnner H3

Banana Pi ออก BPI-M2 และ BPI-M3 ใช้ชิป Allwinner A31s และ Allwinner A83T ตามลำดับมาแล้ว ล่าสุดจะมีบอร์ด BPI-M2+ ใช้ชิป Allwinner H3 เหมือน H3-OLinuXino-NANO และขนาดก็ใกล้เคียงกันด้วย คือ 65มม. x 65มม.

รายละเอียดอื่นๆ ใช้ชิปประมวลผล ARM Cortex-A7 มี 4 คอร์ เร็ว 1GHz หน่วยความจำ 1GB DDR3 SDRAM และ 8G eMMC flash มี Gigabit Ethernet และ Wi-Fi มาให้ในตัว มี GPIO 40 ขาเหมือน Raspberry Pi HAT และต่อ SATA ไม่ได้เช่นเดียวบอร์ดที่ใช้ชิป Allwinner H3 อื่นๆ

ที่มา http://forum.banana-pi.org/t/banana-pi-bpi-m2-m2-plus-quad-core-singel-board-computer/1197
ชมรูป https://plus.google.com/wm/1/+lionwangsinovoip/posts/HdFom2j3MHw

Olimex ออกคอมพิวเตอร์จิ๋ว H3-OLinuXino-NANO ขนาดแค่ 5cmx5cm

Olimex จากบัลแกเรีย จะออกคอมพิวเตอร์จิ๋ว H3-OLinuXino-NANO บอร์ดขนาด 50 มม. x  50 มม. ใช้ชิป Allwinner H3, แรม 512MB (จริงๆ อาจต่อได้สูงถึง 8GB) มี Ethernet 100Mb, ช่องต่อจอ HDMI แต่บอร์ดนี้ไม่มี SATA

งานนี้ จะร้อนเหมือน OPi PC ซึ่งใช้ชิปตัวเดียวกันไหมเอ่ย

 

พายส้มก็มา คอมพิวเตอร์จิ๋ว Orange Pi 2 แรงระดับ Quad-Core 1.6GHz

คอมพิวเตอร์จิ๋วอีกรายครับ อีกทางเลือกนอกจาก Raspberry Pi, Cubieboard, Banana Pi และ ODROID-C1 โดยเจ้านี้นำชื่อผลไม้คือส้มมาตั้งชื่อเป็น Orange Pi 2 ใช้ชิป Allwinner H3 ซึ่งมี CPU คือ ARM Cortex-A7 quad-core สัญญาณนาฬิกาเร็ว 1.6GHz ทำให้ประสิทธิภาพซึ่งวัดด้วยค่า DMIPS น่าจะสูงถึง 1.9x1600x4 = 12160 DMIPS และมี GPU Mali400MP2  เร็ว 600MHz บนบอร์ดมีแรมขนาด 1GB แบบ DDR3 มีช่องต่อ TF card (สูงสุด 64GB) / MMC card slot ไว้เก็บไฟล์และระบบปฏิบัติงาน (ไม่มี SATA นะครับ) มีช่องต่อจอ HDMI ต่อกล้อง CSI พอร์ต USB 2.0 host จำนวน 4 ช่อง และ USB 2.0 OTG หนึ่งช่อง โดยไม่ได้ใช้ USB ในการรับไฟเลี้ยง การต่อไฟเลี้ยงต้องใช้ช่องต่อไฟฟ้ากระแสตรง 5 โวลต์บนบอร์ด มีช่อง GPIO 40-pin เหมือนจะเลียนแบบ Raspberry Pi ในเรื่องการต่อเครือข่าย มีช่อง RJ45 สำหรับ 10/100 Ethernet และมี Wi-Fi (Realtek RTL8189ETV) มาให้บนบอร์ดอยู่แล้ว

ราคาของ Orange Pi 2 คือ 35 ดอลลาร์ไม่รวมค่าขนส่ง และก็ยังมีอีกบอร์ดที่มาคู่กันคือ Orange Pi Mini 2 ซึ่งก็คือ Orange Pi 2 ที่ตัด Wi-Fi ออกไป ราคาลดลงมาหน่อยคือ 30 25 ดอลลาร์ (ราคาล่าสุด) ดอลลาร์ ทางด้าน software ในเรื่องของระบบปฏิบัติงานมีให้เลือกหลากหลาย อาทิเช่น Lubuntu, Raspbian, Debian, Bananian และ Android รวมถึงแจกผังวงจรและสัดส่วนของแผ่นวงจรพิมพ์ เผื่อใครจะเอาไปทำกล่องหรือที่ใส่ให้พอดีตำแหน่งรูเจาะ

อันที่จริงก่อนหน้านี้ก็มีถึงสามบอร์ดจากผู้ผลิตเจ้านี้คือ Orange Pi รุ่นแรก ใช้ชิป Allwinner A20 ข้างในเป็น CPU ARM Cortex-A7 dual-core 1GHz บนบอร์ดมีแรม 1 GB DDR3 มีช่อง VGA, SATA 2.0 และ GPIO 26-pin เหมือน Raspberry Pi Model B รุ่นแรก และมี Gigabit Ethernet บอร์ดที่สองคือ Orange Pi 2 เป็นรุ่นตัดทอนไม่มี VGA แต่มี GPIO 40-pin เหมือน RPi รุ่นใหม่ๆ และบอร์ดที่สาม Orange Pi Plus รุ่นเปิดตัวที่ใช้ชิป Allwinner A31s ข้างในเป็น CPU ARM Cortex-A7 quad-core บนบอร์ดมีมี GPIO 26-pin เหมือน Orange Pi แต่ภายหลังเปลี่ยนไปใช้ชิป Allwinner H3 และใช้ GPIO 40-pin และยังมีหน่วยเก็บข้อมูลแบบ EMMC ขนาด 8GB บนบอร์ดสามารถใช้แทน SD card ได้ และมีโมดูลกล้องที่ราคาเพียง 5.90 ดอลลาร์

ที่มา
http://www.orangepi.org
http://www.cnx-software.com/2015/03/21/orange-pi-2-allwinner-h3-quad-core-development-board-sells-for-35/